แคลอรี่
แคลอรี่ คือหน่วยวัดปริมาณพลังงานที่ร่างกายใช้ในการเผาผลาญในกิจกรรมต่างๆ
แคลอรี่ สร้างจาก โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน จากอาหาร หรือเครื่องดื่มที่เรากินเข้าไป
แคลอรี่ มีความสำคัญมากในการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย หัวใจ ปอด และสมอง
แต่ละวันเราต้องการแคลอรี่ เท่าไหร่? ขึ้นอยู่กับ กิจกรรม และ น้ำหนักของแต่ละคน
ถ้าได้รับแคลอรี่มากเกินความต้องการ แคลอรี่นี้จะถูกเก็บในรูป ไขมัน
ถ้าได้รับแคลอรี่น้อยกว่าความต้องการ ร่ายกายจะดึงแคลอรี่จากไขมันมาใช้เป็น พลังงาน
การทำให้น้ำหนักหายไป 0.5 กก. ได้ ต้องใช้แคลอรี่ถึง 3500 แคลอรี่
แต่ในแต่ละวัน คนทั่วไปเผาผลาญแคลอรี่ได้เพียง 2000 แคลอรี่
แต่ก็ได้รับแคลอรี่จากอาหาร 2000 - 2500 แคลอรี่ เช่นเดียวกัน
ดังนั้น หากคุณต้องการลดน้ำหนัก
ควร ให้มีส่วนต่างแคลอรี่วันละ 500 แคลอรี่ (คือดึงแคลอรี่ที่สะสมอยู่ในร่างกายออกมาวันละ 500 แคลอรี่)
ใน1 สัปดาห์ (7 วัน x 500 แคลอรี่ = 3500 แคลอรี่) น้ำหนักคุณควรจะหายไป 0.5 กก ได้
แต่ถ้าอยากให้ลดได้มากกว่านี้ ก็ต้องลดปริมาณแคลอรี่จะอาหารที่กิน หรือ เพิ่มการออกกำลังกาย
และ หากคุณต้องการรักษาน้ำหนัก
คุณต้องรู้ปริมาณแคลอรี่ที่ใช้ของคุณ เพื่อกินไม่ให้เกิน
วิธีคำนวณแคลอรี่ที่ใช้
ผู้หญิง แคลอรี่ที่ใช้แต่ละวัน = น้ำหนักตัว x 27
ผู้ชาย แคลอรี่ที่ใช้แต่ละวัน = น้ำหนักตัว x 31
เช่น คุณเป็นผู้หญิงน้ำหนัก 60 กก. x 27 จะได้แคลอรี่ที่ใช้แต่ละวัน 1620 แคลอรี่
ดังนั้นถ้าคุณต้องการลดน้ำหนัก คุณจะต้อง กินอาหารให้น้อยกว่าแคลอรี่ที่ใช้ 500 แคลอรี่ นั้นคือ กินไม่เกิน 1120 แคลอรี่
แต้ถ้าคุณต้องการรักษาน้ำหนักไม่ให้เพิ่มขึ้น แต่ก็น้ำหนักไม่ลง ก็ต้องกินอาหารไม่เกิน 1620 แคลอรี่
เขียนโดย ezyhealthydiet


