7 ข้อห้าม...(เด็ดขาด)...ของคนอยากผอม
บทความนี้ประมาทไม่ได้เชียวนะคะ บางคนเห็นว่า เป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่ แต่จากประสบการณ์ดูแลลูกค้ามานับร้อยนะคะ เป็นกันแทบทุกคน
ขอให้เขียนแล้วติดฝาผนังห้องไว้หลายๆจุดเลยก็ได้ค่ะ ไว้เตือนสติ พูดจริงๆนะคะ เพราะเราต้องอยู่กับโปรแกรมเป็นเดือนๆนี่คะ
ลูกค้าท่านไหนเคยได้สัมผัสกับการที่ต้องยับยั้งชั่งใจ ข่มกิเลสของตัวเอง...(เป็นการฝึกปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งด้วยนะคะ) จะได้รับรู้ถึงผลลัพธ์ที่มีความรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นสาววัยเอ๊าะๆอีกครั้ง...ด้วยข้อห้ามต่างๆที่ ที่ปรึกษาของท่านแนะนำ ด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจ
ไม่ว่าจะเป็นการลด ละ เลิก ของหวาน ของมัน อดในสิ่งที่ชอบ ทนในสิ่งที่ไม่ชอบ ฯลฯ
1. ห้ามอด (ในที่นี้หมายความว่าห้ามอดแบบไม่กินอะไรตกถึงท้องเลยนะคะ และก็ไม่ได้หมายความว่าห้ามอดเราก็กินแบบพุงกางเลย อยากปุ๊บกินปั๊บไม่ใช่นะคะ)
อย่าไปเชื่อว่า การอดมื้อ กินมื้อแบบยาจกนั้นจะทำให้คุณผอมเพรียวลงได้ Denise Austin ผู้เขียนเรื่อง "Loose Those Last 10 Pounds" บอกว่า การที่คุณอดอาหารไปบางมื้อจะทำให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ทำงานได้ช้าลง ยิ่งทำให้อัตราการเผาผลาญไขมันทำได้น้อยลงตามไปด้วยอย่างนี้ อดแทบตาย ก็มีแต่จะเป็นลมล้มพับ แต่ไม่ยักกะผอมเสียที
(สำหรับคนเข้าโปรแกรมอยู่ อย่าลืมค่ะ เชคเช้า1แก้ว เชคเย็น 1 แก้ว กลางวันกินข้าวปกติ 3มื้อครบถ้วน ห้ามบอกว่าปกติเช้าไม่หิวก็ไม่กินเชค หรือเย็นไม่หิว ไม่กินเชค ไม่ได้เด็ดขาดนะคะ)
2. ห้ามผัดวันประกันพรุ่ง อย่าพยายามหาเหตุผลมาผัดวันประกันพรุ่ง เช่น วันนี้มีงานเลี้ยงที่บ้านเจ้านาย ขอกินให้พุงกางก่อน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มลดใหม่ แต่หารู้ไม่ ไม่มีวันพรุ่งนี้ที่รอคอย เพราะวันต่อมา คุณอาจมีเหตุผล(ในการกิน) เช่น ก็ยัยแก้วเพื่อนซี้นะสิ ชวนไปหม่ำกับแกล้มแถมเลี้ยงเบียร์แก้วโต ไม่ไปก็กลัวเพื่อนจะงอน แล้วในที่สุด คุณก็ยังไม่ได้เริ่มคุมน้ำหนักอย่างที่ฝันไว้ สรุปว่า ถ้าอยากหุ่นดี ก็ควรเริ่มลงมือทันทีแต่ก็ไม่ต้องถึงกับยอมหักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป และไม่ควรใจอ่อนกับตัวเอง สักวันหนึ่งคุณก็จะผอมได้ชัวร์
3. ห้ามใจร้อน ก็แหม ! กว่าที่คุณจะอ้วนฉุได้ขนาดนี้ ก็คงใช้เวลาไม่น้อยหรอกน่าเพราะบางคนอาจจะเผลอลืมคืนวันที่เคยผอมไปแล้วนี่ การที่จะลดน้ำหนักส่วนเกินลง ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในชั่วข้ามคืน
แม้นว่าคุณจะไม่สามารถที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลง 5 กิโล ภายใน 2 สัปดาห์ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ ลองให้เวลามากขึ้นอีกหน่อย อาจจะ 2 เดือน หรือ3 เดือน หากคุณไม่ถอดใจไปเสียก่อน คุณก็มีสิทธิ์เป็นสาวหุ่นดีได้แน่
4.ห้ามขี้เกียจ ก็รู้ ๆ อยู่ว่า ถ้าอยากเป็นสาวหุ่นเพรียว ก็ต้องหมั่นออกแรง ให้เสียเหงื่อกันหน่อย แต่วิธีนี้กลับเป็นทางออกสุดท้ายที่จอมขี้เกียจอย่างเรา ๆ คิดจะเลือกก็มัวไปถามหายาลดความอ้วน ที่ไม่ได้ช่วยให้คุณผอมได้ในระยะยาว และยังมีผลข้างเคียงที่น่าหวาดกลัวมิใช่น้อย
สรุปว่าถ้าอยากผอมจริง ๆ ก็ต้องขยันขยับตัว ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องออกแรง เรียกเหงื่อหลาย ๆ หยดหน่อย เพราะการออกกำลังกาย เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ของคุณได้ ถ้าอยากประกาศศึกกับความอ้วนจริง ๆ ห้ามขี้เกียจเป็นอันขาด นะคะ
5.ห้ามแตะน้ำอัดลม เครื่องดื่ม รสซ่า เต็มฟอง เย็นเจี๊ยบสักกระป๋อง อาจทำให้คุณรู้สึกเต็มที่กับชีวิต แต่เครื่องดื่มชนิดนี้ ก็หนักแคลอรี่อย่าบอกใครเชียว ซ้ำร้ายยังเป็นภัยเงียบที่กัดกร่อนความแข็งแกร่งของกระดูกลงทุกวันซึ่งอาจทำให้คุณกลายเป็นสาวกระดูกพรุนในวันข้างหน้าได้ หันมาดื่มน้ำเปล่าแทนจะดีกว่า ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ดีไม่แพ้กัน แถมยังถูกสตางค์ และไม่มีแคลอรี่ให้หนักตัว
6.ห้ามคลายเครียดด้วยการกิน จะเหงาใจ กลัดกลุ้ม หรือรู้สึกย่ำแย่แค่ไหน ควรหาทางออกด้วยการฟังเพลง เดินเล่น พูดคุยกับใครสักคนที่รักเรา (จริง ๆ)ดีกว่าการหันหน้าพึ่งพาขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน หรือไอศกรีม ซึ่งอาจช่วยบำบัดอารมณ์ได้เพียงชั่ววูบแต่ก็ทำให้คุณอ้วนแบบไม่รู้ตัว ซ้ำร้ายต้องมานั่งหน้าหมองกับหุ่นอันแสนฉุไปอีกหลายเดือน ไม่คุ้มน่า อย่าเสี่ยงเลยค่ะ
7.ห้ามตามใจปาก ถ้าอยากคุมน้ำหนักตัวให้อยู่หมัดจริง ๆอย่าได้เผลอตามใจปากบ่อยนัก ควรคิดก่อนกินเสมอ จะเรียกว่ากินอย่างมีสติก็ว่าได้ อะไรที่ควรกิน อะไรที่กินได้ แต่อย่าบ่อยนักอะไรที่ควรเลี่ยงไปเลย ก็ต้องทำเมินกันจริงๆ กินอย่างพอเพียง พอดี ไม่ใช่พออืด
ง่าย ๆ แค่นี้ เราเชื่อว่าคุณทำได้แน่ แล้วอย่างนี้ใครๆ ก็คงเลิกเรียกน้องหมูแล้วล่ะ จริงไหมคะ


